Large Rainbow Pointer Large Rainbow Pointer

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ครั้งที่7

บันทึกอนุทิน

ประจำวันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558

เนื้อหา

- กิจกรรมการเขียนชื่อนบนกระดาน เรื่อง เวลาการมาเรียน (รูปนาฬิกา) ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
          ความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรมนี้ คือ
  1. ภาษา
  2. การเรียงลำดับ ก่อน-หลัง
  3. 
เรียนรู้เรื่องเวลา

- ทบทวนเพลง

- นำเสนอโทรทัศน์ครู        
         เลขที่ 17 นำเสนอ เรื่อง " การสอนโดยใช้ลูกเต๋าเป็นสื่อ ( ของ อ.นิตยา)

- รูปแบบการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
       
 1. รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบบูรณาการ"
        2. รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบโครงการ"
        3. รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบสมองเป็นฐาน"
        4. รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบ STEM"
        5. รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบมอนเตสเซอรี่"
        6. รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบเดินเรื่อง"


- รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบบูรณาการ" ( Integrated Learning Management)
        
หมายถึง การนำศาสตร์ต่างๆ มารวมกัน เชื่อมโยงเนื้อหาสาระของศาสตร์ต่างๆที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และนำทักษะไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง

- ความสำคัญ
        1.สามารถนำความรู้ ทักษะหลายๆศาสตร์มาแก้ปัญหาได้กับชีวิตจริง 
        2.เกิดความคิดแบบรวบยอดของศาสตร์ต่างๆ ทำให้เกิดการถ่ายโอนประสบการณ์ 
        3. ลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหาในรายวิชาต่างๆ ลดเวลา
        4. การจัดประสบการณ์แบบบูรณาการจะตอบสนองต่อความสามารถหลายๆด้านของผู้เรียน ช่วยสร้างความรู้ ทักษะ เจตคติ " แบบพหุปัญหา" ( Multiple intelligence)
        5. การจัดประสบการณ์แบบบูรณาการจะสอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างความรู้โดยผู้เรียน ที่กำลังแพร่หลายในปัจจุบัน (เด็กสร้างความรู้ด้วยตนเอง)
        6.สอดคล้องกับทฤษฏีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง Constructivism

- การนำไปใช้
          ต้องคำนึงถึง

                  เด็ก  ต้อง  การ  อยาก  รู้อะไร
                  เด็ก  ต้อง  การ  อยาก  ทำอะไร

วิธีการสอน
      - บอกให้ทราบถึงเนื้อหาที่จะเรียน
      - มีการทบทวนความรู้เดิม โดยการแสดงความคิดเห็น
      - เปิดโอกาสให้ ถาม-ตอบ
      - ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน 

การประยุกต์ใช้
     นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมแบบบูรณากาาร ให้สอดคล้องกับเนื้อหาสาระ อย่างรอบด้าน

บรรยากาศในห้องเรียน
     มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

ประเมิน
ตนเอง=ตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอน เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอน เพราะอาจารย์ยกตัวอย่าง ทำให้เข้าใจ                 มากขึ้นอีก ร่วมทำกิจกรรมที่อาจารย์สอดแทรกในการเรียนการสอน 
เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม 
ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน จังหวะการพูดดี น่าฟัง ร้องเพลงเพราะ มีวิธีการสอนที่                  สอดแทรกกิจกกรมที่ทำให้สนุกกับการเรียน

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ครั้ังที่6

บันทึกอนุทิน
ประจำวันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558

เนื้อหา

- กิจกรรมติดป้ายชื่อบนหน้ากระดาน เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่นักศึกษาจำนวน 16 คน อยากไป คือ
1. ดรีมเวิลด์ = 5 คน
2. ทะเล = 5 คน
3. เกาหลี = 6 คน

** สรุป ** นักศึกษากลุ่ม 101 อยากไปเที่ยวที่เกาหลีมากที่สุด หรือ นักศึกษาอยากไปเกาหลีมากกว่าดรีมเวิลดฺและทะเล ซึ่งมีจำนวนเท่ากัน

 
       จากกิจกรรมดังกล่าว จะเกี่ยวกับเรื่องการนับ ( การเพิ่มขึ้นทีละ 1) และค่าจำนวน เป็นการสอนภาษาธรรมชาติ



นำเสนอบทความ


      - เลขที่ 13 การสร้างหนังสือภาพเพื่อเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยการสร้างหนังสือภาพ 
      - เลขที่ 14 การพัฒนาความพร้อมทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยการการละเล่นพื้นบ้าน
        
  เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์
        
         - นิทาน
         - เพลง
         - เกม
         - คำคล้องจอง
         - ปริศนาคำทาย
         - บทบาทสมมติ
         - แผนภูมิรูปภาพ
         - การประกอบอาหาร
         - กิจวัตรประจำวัน เช่น การไปตลาด

- แบ่งกลุ่มทำกิจกรรม          แบ่งกลุ่มตัดกระดาษให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม จำนวน 3 สี คือ สีส้ม สีเหลือง สีเขียว  สีละ 10 อัน  รวมเป็น 30 อัน โดยให้นักศึกษาต่อเป็นรูปภาพโดยเริ่มจากสี่เหลี่ยม 1 รูป ไปจนถึงสี่เหลี่ยม 5 รูป









เพลง นับนิ้วมือ


                                              นี้คือนิ้วมือของฉัน      มือของฉันนั้นมี 10 นิ้ว
                                          มือซ้ายฉันมี 5 นิ้ว          มือขวาก็มี 5 นิ้ว
                                          นับ 1 2  4  5                 นับต่อมา 6 7 8 9 10
                                          นับนิ้วนับจงอย่ารีบ         นับ 1-10 จำให้ขึ้นใจ


คำคล้องจอง 1 2 3

                                          1 2 3 เป็นยามปลอด       4 5 6 ลอดรั้วออกไป
                                   7 8 9 เเดดเเจ่มใส่                10 11 ไวไววิ่งไล่กัน
                                  12 13 รีบย่องกลับ                 14 15 หลับเเล้วฝัน




วิธีการสอน
   -มีแบบฝึกหัดให้ทำก่อนเรียน
   -การอภิปรายถาม ตอบ
   -ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน
   -มีกิจกรรมทรอดแทรกให้น่าสนใจ

การประยุกต์ใช้
     นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมโดยใช้เทคนิคในการจัดประสบการณ์ต่างๆ ให้น่าสนใจ และเด็กๆก็จะสนุกไปกับการเรียนมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศในห้องเรียน
     มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

ประเมิน
ตนเอง=ตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอน เข้าเนื้อหาที่อาจารย์สอน เพราะอาจารย์ยกตัวอย่าง ทำให้เข้าใจมาก             ขึ้นอีก ร่วมทำกิจกรรมที่อาจารย์สอดแทรกในการเรียนการสอน 
เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม 
ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน จังหวะการพูดดี น่าฟัง ร้องเพลงเพราะ มีวิธีการสอนที่                  สอดแทรกกิจกกรมที่ทำให้สนุกกับการเรียน

วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 5


บันทึกอนุทิน
ประจำวันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558



เนื้อหา

1. มาตรฐานคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร
2. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์มีอะไรบ้าง
3. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สู่การปฏิบัติในชั้นเรียนทำได้อย่างไรบ้าง

- นำเสนอบทความ
เลขที่ 10 เรื่อง Mathematics ของวัยซน

มาตรฐาน คือ
         เครื่องมือในการบอกคุณภาพ โดยมีเกณฑ์เกณฑ์ขั้นต่ำเป็นตัวกำหนดในวัดและประเมินผล
กรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย
         เด็กปฐมวัยเรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์ ให้เด็กได้เตรียมความพร้อมด้านต่างๆทางคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในชั้นประถมศึกษา

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 : จำนวนและการดำเนิน (จำนวนโดยการหาคำตอบ)
สาระที่ 2 : การวัด (หาค่าในเชิงปริมาณ, เครื่องมือที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ)
สาระที่ 3 : เรขาคณิต (รูปร่าง)
สาระที่ 4 : พีชคณิต ( ความสัมพันธ์ของจำนวน)
สาระที่่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
สาระที่ 6 : ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

คุณภาพของเด็กเมื่อจบการศึกษาปฐมวัยทางคณิตศาสตร์
1. มีความคิดเชิงคณิตศาสตร์ ( Mathematical Thinking)
- จำนวนนับ 1 ถึง 20
- เข้าใจหลักการนับ (เพิ่มขึ้นทีละเท่าๆกัน)
- รู้จักตัวเลขฮินดูอารบิกและตัวเลขไทย ( รู้จักตัวเลข)
- รู้ค่าของจำนวน ( ต้องมีทักษะการนับเป็นอันดับแรก ถึงจะรู้ค่าของจำนวนได้)
- เปรียบเทียบ เรียงลำดับ ( บอกค่าและจำนวน และนำมาเปรียบเทียบ โดยอ้างอิงจากเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ
- การรวมและการแยกกลุุ่ม เช่น ติดป้ายชื่อการมาเรียน กับการมาเรียน)

2. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน และ เวลา
- เปรียบเทียบ เรียงลำดับ และวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร
- รู้จักเงินเหรียญและธนบัตร
- เข้าใจเกี่ยวกับเวลาและคำชี้ใช้บอกช่วงเวลา (กิจกรรมที่ใช้ในการบอกเด็ก เช่น การเข้าแถว )

3. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานทางเรขาคณิต
- ตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง
- รูปเรขาคณิตสามมิติและรูปเรคณิตสองมิติ

4. มีความรู้ความเข้าใจรูปของที่มีรูปร่าง ขนาด สี ที่สัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

5. มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบแผนภูมิอย่างง่าย

6. มีทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สู่การปฏิบัติในชั้นเรียน
สาระที่ 1 : จำนวนและการดำเนินการ
   มาตรฐาน ค.ป. 1.1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง
จำนวน
- การใช้จำนวนบอกปริมาณที่ได้จากการนับ
- การอ่านตัวเลขฮินดูอารบิกและตัวเลขไทย
- การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิกแสดงจำนวน
- การเปรียบเทียบจำนวน
- การเรียงลำดับจำนวน
การรวมและการแยกกลุ่ม
- ความหมายของการรวม ( ทำให้เพิ่มขึ้น )
- การรวมสิ่งต่างๆสองกลุ่มที่มีผลรวมไม่เกิน 10
- ความหมายของการแยก ( ทำให้ลดลง )
- การแยกกลุ่มย่อยออกจากกลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนไม่เกิน 10

สาระที่ 2 : การวัด 
  มาตรฐาน ค.ป. 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัดความยาว น้ำหนัก ปริมตร เงิน และเวลา
ความยาว น้ำหนัก และปริมาตร
- เปรียบเทียบ / วัด / เรียงลำดับความยาว
- เปรียบเทียบ / ชั่ง / การเรียงลำดับน้ำหนัก
- เปรียบเทียบ / ปริมาตร / ตวง
เงิน
- ชนิดค่าของเงิน / เหรียญ / ตวง
เวลา
- ช่วงเวลาในแต่ละวัน
- ชื่อวันในสัปดาห์และคำที่ใช้บอกเกี่ยวกับวัน

สาระ 3 : เรขาคณิต
   
มาตรฐาน ค.ป. 3.1 รู้จักใช้คำในการบอกตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทาง
   มาตรฐาน ค.ป. 3.2 รู้จักจำแนกรูปเรขาคณิต และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงรูปเรขาคณิตที่เกิดจากการจัดกระทำ
ตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง  รูปเรขาคณิตสามมิติ และ รูปเรขาคณิตสองมิติ
- ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก กรวย ทรงระบอก
- รูปวงกลม รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม
- การเปลี่ยนแปลงรูปเราขาคณิตสองมิติ
- การสร้างสรรค์งานศิลปะ รูปเรขาคณิตสามมิติและสองมิติ

สาระที่ 4 : พีชคณิต
  มาตรฐาน ค.ป. 4.1 เข้าใจแบบรูปและความสัมพันธ์ แบบรูปและความสัมพันธ์
  - แบบรูปของรูปที่มี รูป ขนาด หรือ สี ที่สัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่ง

สาระที่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
  มาตรฐาน ค.ป. 5.1 รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเองและสิ่งแวดล้อมที่จะนำเสนอการเก็บข้อมูล
  - แผนภูมิ

สาระที่ 6 : ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
- การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอ
- การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาตร์กับศาสตร์อื่นๆ


เพลง  จัดแถว

สองมือเราชูตรง 
แล้วเอาลงมาเสมอกับบ่า
ต่อไปย้ายมาข้างหน้า
แล้วเอาลงมาอยู่ในท่ายืนตร



เพลง  ซ้าย-ขวา
ยืนให้ตัวตรง
ก้มหัวลงตบมือแผละ
แขนซ้ายอยู่ไหน
หันตัวไปทางนั้นแหละ



วิธีการสอน
   -มีแบบฝึกหัดให้ทำก่อนเรียน
   -การอภิปรายถาม ตอบ
   -ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน

การประยุกต์ใช้
     นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการอย่างตรงจุดและรอบด้านให้สอดคล้องกับสาระมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

บรรยากาศในห้องเรียน
     มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

ประเมิน
ตนเอง=ตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอน ร่วมทำกิจกรรมที่อาจารย์สอดแทรกในการเรียนการสอน เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอน
เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ช่วยกันตอบคำถาม
ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน จังหวะการพูดดี น่าฟัง ร้องเพลงเพราะ มีวิธีการสอนที่สอดแทรกกิจกกรมที่ทำให้สนุกกับการเรียน


วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่4

บันทึกอนุทิน
วัน พุธ ที่ 28 มกราคม 2558


เนื้อหา

1.ทฤษฎีเพียเจต์กับความรู้ทางคณิตศาสตร์
2.จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
3.ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
4.หลักการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย

จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย

-เพื่อให้เด็กสามารถเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ เช่น รู้จักคำศัพท์
-เพื่อพัฒนามโนภาพเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ เช่น การบวก การลบ
-ให้เด็กรู้จักและใช้กระบวนการหาคำตอบ
-เพื่อให้เด็กฝึกฝนคณิตศาสตร์พื้นฐาน
-เพื่อให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจ
-เพื่อให้เด็กค้นคว้าหาคำตอบ

     ทักษะพื้นฐาน

1.การสังเกต (Observation)
   -การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน
   -การใช้ปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับวัตถุสิ่งของหรือเหตุการณ์

2.จำแนกประเภท(Classifying)
   -การแบ่งประเภทสิ่งของโดยสร้างเกณฑ์ในการแบ่ง
   -เกณฑ์ในการจำแนกคือ ความเหมือน แตกต่าง หาความสัมพันธ์

3.การเปรียบเทียบ(Comparing)
   -เด็กต้องอาศัยความสัมพันธ์ของวัตถุสิ่งของหรือเหตุการณ์ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไป
   -เด็กจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของสิ่งนั้นๆ

4.การจัดลำดับ(Ordering)
   -เป็นทักษะการเปรียบเทียบขั้นสูง
   -เป็นการจัดลำดับวัตถุสิ่งของหรือเหตุการณ์

5.การวัด(Measurement)
   -มีความสัมพันธ์กับความสามารถในการอนุรักษ์
   -การวัดสำหรับเด็กปฐมวัย ได้แก่ อุณหภูมิ เวลา ระยะทาง ความยาว น้ำหนัก ปริมาณ
           
                 *การวัดของเด็กปฐมวัยไม่ใช้หน่วยมาตราฐานในการวัด*

6.การนับ(Counting)
   -เด็กชอบนับแบบท่องจำโดยไม่เข้าใจความหมาย
   -การนับแบบท่องจำนี้จะมีความหมายต่อเมื่อเชื่อมโยงกับจุดประสงค์บางอย่าง

7.รูปทรงและขนาด(Sharp and Size)
   -เด็กส่วนใหญ่จะมีความรู้เกี่ยวกับรูปทรงและขนาด ก่อนจะเข้าโรงเรียน

             คำศัพท์ทางคณิตศาสตร์

  • ตัวเลข             น้อย มาก มากกว่า ไม่มี ทั้งหมด
  • ขนาด              ใหญ่ กว้าง  สูง เตี้ย
  • รูปร่าง              วงกลม  สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม โค้ง สั้นกว่า
  • ที่ตั้ง                 บน ต่ำ ระยะทาง
  • ค่าของเงิน       สลึง หนึ่งบาท หนึ่งบาท ห้าบาท สิบบาท
  • ความเร็ว           เร็ว เดิน ช้า วิ่งคลาน
  • อุณหภูมิ            เดือด ร้อน อุ่น  เย็น   
  •    
    ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย

       1.การนับ
       2.ตัวเลข
       3.การจับคู่
       4.การจัดประเภท
       5.การเปรียบเทียบ
       6.รูปร่างและพื้นที่
       7.การวัด
       8.การจัดลำดับ


    หลักการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย

    -ให้เด็กเรียนจากประสบการณ์ตรงจากของจริง 
    -การสอนให้สอดคล้องกับใช้ชีวิตประจำวัน
    -เปิดโอกาศให้ค้นพบด้วยตัวเอง



    เพลง สวัสดียามเช้า

                                                                    ตื่นเช้าแปรงฟันล้างหน้า
                                                            อาบน้ำแล้วมาแต่งตัว
                                                            กินอาหารของดีมีทั่ว
                                                            หนูเตรียมตัวจะไปโรงเรียน

                                                                     สวัสดีคุณแม่คุณพ่อ
                                                            ไม่รีรอรีบไปโรงเรียน

                                             หลั่นล้า หลั่นลา หลั่นล่า หลั่น ลันลา หลั่นลา หลั่นล้า



    เพลง หนึ่งปีมีสิบสองเดือน

                                                                      หนึ่งปีนั้นมีสิบสอง
                                                                 อย่าลืมเลือนจำไว้ให้มั่น

                                                                     หนึ่งสัปดาห์นั้นมีเจ็ดวัน
                                                                     หนึ่งสัปดาห์นั้นมีเจ็ดวัน

                                                     อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์

                                                                         หลั่นลัน หลั่นล้า


                                              
    เพลง เข้าแถว

                                                                 เข้าแถว เข้าแถว
                                                            อย่าล้ำแนวยืนเรียงกัน
                                                            อย่ามัวแชเชือนเดินตามเพื่อนให้ทัน
                                                            ระวังเดินชนกันเข้าแถวพลันว่องไว


    วิธีการสอน

       -มีแบบฝึกหัดให้ทำก่อนเรียน
       -การอภิปรายถาม ตอบ
       -ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน

    การประยุกต์ใช้
         นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการอย่างตรงจุดและรอบด้าน

    บรรยากาศในห้องเรียน
         มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

    ประเมิน
    ตนเอง=ตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอน ร่วมทำกิจกรรมที่อาจารย์สอดแทรกในการเรียนการสอน เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอน
    เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ไม่คุยกัน ช่วยกันตอบคำถาม
    ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน ร้องเพลงเพราะ มีวิธีการสอนที่สอดแทรกกิจกกรมที่ทำให้สนุกกับการเรียน

    วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2558

    ครั้งที่3

    บันทึกอนุทิน
    วัน พุธ ที่ 21 มกราคม 2558

    เนื้อหา

    พัฒนาการ คือ การเปลียนแปลงที่เป็นไปตามลำดับขั้นอย่างต่อเนื่อง เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาจจะช้าหรือไวขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง และเราก็จะรู้ว่าเด็กแต่ละคนทำอะไรได้บ้าง
    ประโยชน์ของพัฒนาการ 
    -จัดกิจกรรมให้กับเด็กได้อย่างเหมาะสม
    -รู้ความสามารถของเด็ก ว่าเด็กสามารถทำอะไรได้บ้าง
    -รู้ความแตกต่างระหว่างบุคคล

    พัฒนาการสมองสัมพันธ์กับพัฒนาการสติปัญญาอย่างไร?
         สมองเป็นเครื่องมือในการรับ สั่ง และควบคุม จะรับผ่านประสาทสัมผัส สมองจะทำให้พัฒนาการที่นำมาจัดให้เป็นลำดับขั้นตอน(Sensorimotor)

    ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก
    pearja
                                                     
                                                     ทฤษฎีทางสติปัญญาของเพียเจต์  
    • ทฤษฎีการเรียนรู้   
                      พัฒนาการทางสติปัญญาของบุคคลเป็นไปตามวัยต่าง ๆ เป็นลำดับขั้น ดังนี้

    1.   ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensori-Motor Stage)  เริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี พฤติกรรมของเด็กในวัยนี้ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวเป็นส่วนใหญ่
    2.   ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage)  เริ่มตั้งแต่อายุ 2-7 ปี แบ่งออกเป็นขั้นย่อยอีก 2 ขั้น คือ
    - ขั้นก่อนเกิดสังกัป (Preconceptual Thought) เป็นขั้นพัฒนาการของเด็กอายุ 2-4 ปี เป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีเหตุผลเบื้องต้น สามารถจะโยงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์2เหตุการณ์ 
     - ขั้นการคิดแบบญาณหยั่งรู้ นึกออกเองโดยไม่ใช้เหตุผล (Intuitive Thought) เป็นขั้นพัฒนาการของเด็ก อายุ 4-7 ปี ขั้นนี้เด็กจะเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รวมตัวดีขึ้น รู้จักแยกประเภทและแยกชิ้นส่วนของ
    3.   ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม (Concrete Operation Stage)  เริ่มจากอายุ 7-11 ปี พัฒนาการทางด้านสติปัญญาและความคิดของเด็กวัยนี้สามารถสร้างกฎเกณฑ์และตั้งเกณฑ์ในการแบ่งสิ่งแวดล้อมออกเป็นหมวดหมู่ได้
    4.   ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage)   เริ่มจากอายุ 11-15 ปี ในขั้นนี้พัฒนาการทางสติปัญญาและความคิดของเด็กวัยนี้เป็นขั้นสุดยอด คือเด็กในวัยนี้จะเริ่มคิดแบบผู้ใหญ่  เด็กจะสามารถที่จะคิดหาเหตุผลนอกเหนือไปจากข้อมูลที่มีอยู่  

      

    ทฤษฎีทางสติปัญญาของบรูเนอร์

    บรุนเนอร์ (Bruner) เป็นนักจิตวิทยาที่สนใจและศึกษาเรื่องของพัฒนาการทางสติปัญญาต่อเนื่องจาก เพียเจต์ บรุนเนอร์เชื่อว่ามนุษย์เลือกที่จะรับรู้สิ่งที่ตนเองสนใจและการเรียนรู้ เกิดจากกระบวนการค้นพบด้วยตัวเอง (discovery learning) แนวคิดที่สำคัญ ๆ ของ บรุนเนอร์ มีดังนี้ 

    ทฤษฎีการเรียนรู้ 

    1.   ขั้นการเรียนรู้จากการกระทำ (Enactive Stage) คือ ขั้นของการเรียนรู้จากการใช้ประสาทสัมผัสรับรู้สิ่งต่าง ๆ การลงมือกระทำช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ดี การเรียนรู้เกิดจากการกระทำ 
    2.   ขั้นการเรียนรู้จากความคิด (Iconic Stage) เป็นขั้นที่เด็กสามารถสร้างมโนภาพในใจได้ และสามารถเรียนรู้จากภาพแทนของจริงได้ 
    3.   ขั้นการเรียนรู้สัญลักษณ์และนามธรรม (Symbolic Stage) เป็นขั้นการเรียนรู้สิ่งที่ซับซ้อนและเป็นนามธรรมได้



    ทฤษฎีทางสติปัญญาของไวก็อตสกี้

         ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองเป็นทฤษฏีที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการและวิธีการของบุคคลในการสร้างความรู้ความเข้าใจจากประสบการณ์ รวมทั้งโครงสร้างทางปัญญาและความเชื่อที่ใช้ในการแปลความหมายเหตุการณ์และสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นกระบวนการการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เพราะความรู้ไม่ใช่มาจากการสอนของครูหรือผู้สอนเพียงอย่างเดียว แต่ความรู้จะเกิดขึ้นและถูกสร้างขึ้นโดยผู้เรียนเองและการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีก็ต่อเมื่อผู้เรียนได้ลงมือกระทำด้วยตนเอง (Learning by doing) นอกจากกระบวนการเรียนรู้จะเป็นกระบวนการปฏิสัมพันธ์ภายในสมองแล้ว ยังเป็นกระบวนการทางสังคมด้วย การสร้างความรู้จึงเป็นกระบวนการทั้งด้านสติปัญญาและสังคมควบคู่กันไป

    การเรียนรู้ คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยไม่มีที่สิ้นสุด
    ประโยชน์ของการเรียนรู้
         เพื่อให้อยู่รอด ช่วยเหลือตนเองได้ทุกๆสถานการณ์

    เด็กปฐมวัยมีการเรียนรู้อย่างไร?
         เด็กปฐมวัยเรียนรู้ผ่านการเล่น การได้ลงมือกระทำกับวัตถุ ได้คิดได้ทำในสิ่งที่สนใจ
    ประโชน์ในการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
          การเล่นจะทำให้เด็กไม่เบื่อ เขาไม่รู้เลยว่าการที่เขาเล่นนั้นแหล่ะ มันคือการเรียนรู้

    วิธีการสอน
    -มีแบบฝึกหัดให้ทำก่อนเรียน
    -การอภิปรายถาม ตอบ
    -ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน

    การประยุกต์ใช้
         นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมอย่างเหมาะสมและรอบด้าน

    บรรยากาศในห้องเรียน
         มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

    ประเมิน
    ตนเอง=ตั้งใจเรียน ตั้งใจฟังอาจารย์สอน มีการจดบันทึกย่อเป็นระยะๆ เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอน
    เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามอาจารย์
    ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัด สั่งงานชัดเจน สอนให้เข้าใจง่ายขึ้น