Large Rainbow Pointer Large Rainbow Pointer

วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 5


บันทึกอนุทิน
ประจำวันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558



เนื้อหา

1. มาตรฐานคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร
2. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์มีอะไรบ้าง
3. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สู่การปฏิบัติในชั้นเรียนทำได้อย่างไรบ้าง

- นำเสนอบทความ
เลขที่ 10 เรื่อง Mathematics ของวัยซน

มาตรฐาน คือ
         เครื่องมือในการบอกคุณภาพ โดยมีเกณฑ์เกณฑ์ขั้นต่ำเป็นตัวกำหนดในวัดและประเมินผล
กรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย
         เด็กปฐมวัยเรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์ ให้เด็กได้เตรียมความพร้อมด้านต่างๆทางคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในชั้นประถมศึกษา

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 : จำนวนและการดำเนิน (จำนวนโดยการหาคำตอบ)
สาระที่ 2 : การวัด (หาค่าในเชิงปริมาณ, เครื่องมือที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ)
สาระที่ 3 : เรขาคณิต (รูปร่าง)
สาระที่ 4 : พีชคณิต ( ความสัมพันธ์ของจำนวน)
สาระที่่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
สาระที่ 6 : ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

คุณภาพของเด็กเมื่อจบการศึกษาปฐมวัยทางคณิตศาสตร์
1. มีความคิดเชิงคณิตศาสตร์ ( Mathematical Thinking)
- จำนวนนับ 1 ถึง 20
- เข้าใจหลักการนับ (เพิ่มขึ้นทีละเท่าๆกัน)
- รู้จักตัวเลขฮินดูอารบิกและตัวเลขไทย ( รู้จักตัวเลข)
- รู้ค่าของจำนวน ( ต้องมีทักษะการนับเป็นอันดับแรก ถึงจะรู้ค่าของจำนวนได้)
- เปรียบเทียบ เรียงลำดับ ( บอกค่าและจำนวน และนำมาเปรียบเทียบ โดยอ้างอิงจากเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ
- การรวมและการแยกกลุุ่ม เช่น ติดป้ายชื่อการมาเรียน กับการมาเรียน)

2. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน และ เวลา
- เปรียบเทียบ เรียงลำดับ และวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร
- รู้จักเงินเหรียญและธนบัตร
- เข้าใจเกี่ยวกับเวลาและคำชี้ใช้บอกช่วงเวลา (กิจกรรมที่ใช้ในการบอกเด็ก เช่น การเข้าแถว )

3. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานทางเรขาคณิต
- ตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง
- รูปเรขาคณิตสามมิติและรูปเรคณิตสองมิติ

4. มีความรู้ความเข้าใจรูปของที่มีรูปร่าง ขนาด สี ที่สัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

5. มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบแผนภูมิอย่างง่าย

6. มีทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สู่การปฏิบัติในชั้นเรียน
สาระที่ 1 : จำนวนและการดำเนินการ
   มาตรฐาน ค.ป. 1.1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง
จำนวน
- การใช้จำนวนบอกปริมาณที่ได้จากการนับ
- การอ่านตัวเลขฮินดูอารบิกและตัวเลขไทย
- การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิกแสดงจำนวน
- การเปรียบเทียบจำนวน
- การเรียงลำดับจำนวน
การรวมและการแยกกลุ่ม
- ความหมายของการรวม ( ทำให้เพิ่มขึ้น )
- การรวมสิ่งต่างๆสองกลุ่มที่มีผลรวมไม่เกิน 10
- ความหมายของการแยก ( ทำให้ลดลง )
- การแยกกลุ่มย่อยออกจากกลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนไม่เกิน 10

สาระที่ 2 : การวัด 
  มาตรฐาน ค.ป. 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัดความยาว น้ำหนัก ปริมตร เงิน และเวลา
ความยาว น้ำหนัก และปริมาตร
- เปรียบเทียบ / วัด / เรียงลำดับความยาว
- เปรียบเทียบ / ชั่ง / การเรียงลำดับน้ำหนัก
- เปรียบเทียบ / ปริมาตร / ตวง
เงิน
- ชนิดค่าของเงิน / เหรียญ / ตวง
เวลา
- ช่วงเวลาในแต่ละวัน
- ชื่อวันในสัปดาห์และคำที่ใช้บอกเกี่ยวกับวัน

สาระ 3 : เรขาคณิต
   
มาตรฐาน ค.ป. 3.1 รู้จักใช้คำในการบอกตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทาง
   มาตรฐาน ค.ป. 3.2 รู้จักจำแนกรูปเรขาคณิต และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงรูปเรขาคณิตที่เกิดจากการจัดกระทำ
ตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง  รูปเรขาคณิตสามมิติ และ รูปเรขาคณิตสองมิติ
- ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก กรวย ทรงระบอก
- รูปวงกลม รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม
- การเปลี่ยนแปลงรูปเราขาคณิตสองมิติ
- การสร้างสรรค์งานศิลปะ รูปเรขาคณิตสามมิติและสองมิติ

สาระที่ 4 : พีชคณิต
  มาตรฐาน ค.ป. 4.1 เข้าใจแบบรูปและความสัมพันธ์ แบบรูปและความสัมพันธ์
  - แบบรูปของรูปที่มี รูป ขนาด หรือ สี ที่สัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่ง

สาระที่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
  มาตรฐาน ค.ป. 5.1 รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเองและสิ่งแวดล้อมที่จะนำเสนอการเก็บข้อมูล
  - แผนภูมิ

สาระที่ 6 : ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
- การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอ
- การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาตร์กับศาสตร์อื่นๆ


เพลง  จัดแถว

สองมือเราชูตรง 
แล้วเอาลงมาเสมอกับบ่า
ต่อไปย้ายมาข้างหน้า
แล้วเอาลงมาอยู่ในท่ายืนตร



เพลง  ซ้าย-ขวา
ยืนให้ตัวตรง
ก้มหัวลงตบมือแผละ
แขนซ้ายอยู่ไหน
หันตัวไปทางนั้นแหละ



วิธีการสอน
   -มีแบบฝึกหัดให้ทำก่อนเรียน
   -การอภิปรายถาม ตอบ
   -ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน

การประยุกต์ใช้
     นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการอย่างตรงจุดและรอบด้านให้สอดคล้องกับสาระมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

บรรยากาศในห้องเรียน
     มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

ประเมิน
ตนเอง=ตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอน ร่วมทำกิจกรรมที่อาจารย์สอดแทรกในการเรียนการสอน เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอน
เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ช่วยกันตอบคำถาม
ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน จังหวะการพูดดี น่าฟัง ร้องเพลงเพราะ มีวิธีการสอนที่สอดแทรกกิจกกรมที่ทำให้สนุกกับการเรียน


วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่4

บันทึกอนุทิน
วัน พุธ ที่ 28 มกราคม 2558


เนื้อหา

1.ทฤษฎีเพียเจต์กับความรู้ทางคณิตศาสตร์
2.จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
3.ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
4.หลักการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย

จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย

-เพื่อให้เด็กสามารถเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ เช่น รู้จักคำศัพท์
-เพื่อพัฒนามโนภาพเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ เช่น การบวก การลบ
-ให้เด็กรู้จักและใช้กระบวนการหาคำตอบ
-เพื่อให้เด็กฝึกฝนคณิตศาสตร์พื้นฐาน
-เพื่อให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจ
-เพื่อให้เด็กค้นคว้าหาคำตอบ

     ทักษะพื้นฐาน

1.การสังเกต (Observation)
   -การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน
   -การใช้ปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับวัตถุสิ่งของหรือเหตุการณ์

2.จำแนกประเภท(Classifying)
   -การแบ่งประเภทสิ่งของโดยสร้างเกณฑ์ในการแบ่ง
   -เกณฑ์ในการจำแนกคือ ความเหมือน แตกต่าง หาความสัมพันธ์

3.การเปรียบเทียบ(Comparing)
   -เด็กต้องอาศัยความสัมพันธ์ของวัตถุสิ่งของหรือเหตุการณ์ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไป
   -เด็กจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของสิ่งนั้นๆ

4.การจัดลำดับ(Ordering)
   -เป็นทักษะการเปรียบเทียบขั้นสูง
   -เป็นการจัดลำดับวัตถุสิ่งของหรือเหตุการณ์

5.การวัด(Measurement)
   -มีความสัมพันธ์กับความสามารถในการอนุรักษ์
   -การวัดสำหรับเด็กปฐมวัย ได้แก่ อุณหภูมิ เวลา ระยะทาง ความยาว น้ำหนัก ปริมาณ
           
                 *การวัดของเด็กปฐมวัยไม่ใช้หน่วยมาตราฐานในการวัด*

6.การนับ(Counting)
   -เด็กชอบนับแบบท่องจำโดยไม่เข้าใจความหมาย
   -การนับแบบท่องจำนี้จะมีความหมายต่อเมื่อเชื่อมโยงกับจุดประสงค์บางอย่าง

7.รูปทรงและขนาด(Sharp and Size)
   -เด็กส่วนใหญ่จะมีความรู้เกี่ยวกับรูปทรงและขนาด ก่อนจะเข้าโรงเรียน

             คำศัพท์ทางคณิตศาสตร์

  • ตัวเลข             น้อย มาก มากกว่า ไม่มี ทั้งหมด
  • ขนาด              ใหญ่ กว้าง  สูง เตี้ย
  • รูปร่าง              วงกลม  สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม โค้ง สั้นกว่า
  • ที่ตั้ง                 บน ต่ำ ระยะทาง
  • ค่าของเงิน       สลึง หนึ่งบาท หนึ่งบาท ห้าบาท สิบบาท
  • ความเร็ว           เร็ว เดิน ช้า วิ่งคลาน
  • อุณหภูมิ            เดือด ร้อน อุ่น  เย็น   
  •    
    ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย

       1.การนับ
       2.ตัวเลข
       3.การจับคู่
       4.การจัดประเภท
       5.การเปรียบเทียบ
       6.รูปร่างและพื้นที่
       7.การวัด
       8.การจัดลำดับ


    หลักการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย

    -ให้เด็กเรียนจากประสบการณ์ตรงจากของจริง 
    -การสอนให้สอดคล้องกับใช้ชีวิตประจำวัน
    -เปิดโอกาศให้ค้นพบด้วยตัวเอง



    เพลง สวัสดียามเช้า

                                                                    ตื่นเช้าแปรงฟันล้างหน้า
                                                            อาบน้ำแล้วมาแต่งตัว
                                                            กินอาหารของดีมีทั่ว
                                                            หนูเตรียมตัวจะไปโรงเรียน

                                                                     สวัสดีคุณแม่คุณพ่อ
                                                            ไม่รีรอรีบไปโรงเรียน

                                             หลั่นล้า หลั่นลา หลั่นล่า หลั่น ลันลา หลั่นลา หลั่นล้า



    เพลง หนึ่งปีมีสิบสองเดือน

                                                                      หนึ่งปีนั้นมีสิบสอง
                                                                 อย่าลืมเลือนจำไว้ให้มั่น

                                                                     หนึ่งสัปดาห์นั้นมีเจ็ดวัน
                                                                     หนึ่งสัปดาห์นั้นมีเจ็ดวัน

                                                     อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์

                                                                         หลั่นลัน หลั่นล้า


                                              
    เพลง เข้าแถว

                                                                 เข้าแถว เข้าแถว
                                                            อย่าล้ำแนวยืนเรียงกัน
                                                            อย่ามัวแชเชือนเดินตามเพื่อนให้ทัน
                                                            ระวังเดินชนกันเข้าแถวพลันว่องไว


    วิธีการสอน

       -มีแบบฝึกหัดให้ทำก่อนเรียน
       -การอภิปรายถาม ตอบ
       -ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน

    การประยุกต์ใช้
         นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการอย่างตรงจุดและรอบด้าน

    บรรยากาศในห้องเรียน
         มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

    ประเมิน
    ตนเอง=ตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอน ร่วมทำกิจกรรมที่อาจารย์สอดแทรกในการเรียนการสอน เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอน
    เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ไม่คุยกัน ช่วยกันตอบคำถาม
    ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน ร้องเพลงเพราะ มีวิธีการสอนที่สอดแทรกกิจกกรมที่ทำให้สนุกกับการเรียน

    วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2558

    ครั้งที่3

    บันทึกอนุทิน
    วัน พุธ ที่ 21 มกราคม 2558

    เนื้อหา

    พัฒนาการ คือ การเปลียนแปลงที่เป็นไปตามลำดับขั้นอย่างต่อเนื่อง เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาจจะช้าหรือไวขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง และเราก็จะรู้ว่าเด็กแต่ละคนทำอะไรได้บ้าง
    ประโยชน์ของพัฒนาการ 
    -จัดกิจกรรมให้กับเด็กได้อย่างเหมาะสม
    -รู้ความสามารถของเด็ก ว่าเด็กสามารถทำอะไรได้บ้าง
    -รู้ความแตกต่างระหว่างบุคคล

    พัฒนาการสมองสัมพันธ์กับพัฒนาการสติปัญญาอย่างไร?
         สมองเป็นเครื่องมือในการรับ สั่ง และควบคุม จะรับผ่านประสาทสัมผัส สมองจะทำให้พัฒนาการที่นำมาจัดให้เป็นลำดับขั้นตอน(Sensorimotor)

    ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก
    pearja
                                                     
                                                     ทฤษฎีทางสติปัญญาของเพียเจต์  
    • ทฤษฎีการเรียนรู้   
                      พัฒนาการทางสติปัญญาของบุคคลเป็นไปตามวัยต่าง ๆ เป็นลำดับขั้น ดังนี้

    1.   ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensori-Motor Stage)  เริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึง ปี พฤติกรรมของเด็กในวัยนี้ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวเป็นส่วนใหญ่
    2.   ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage)  เริ่มตั้งแต่อายุ 2-7 ปี แบ่งออกเป็นขั้นย่อยอีก ขั้น คือ
    ขั้นก่อนเกิดสังกัป (Preconceptual Thought) เป็นขั้นพัฒนาการของเด็กอายุ 2-4 ปี เป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีเหตุผลเบื้องต้น สามารถจะโยงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์2เหตุการณ์ 
     ขั้นการคิดแบบญาณหยั่งรู้ นึกออกเองโดยไม่ใช้เหตุผล (Intuitive Thought) เป็นขั้นพัฒนาการของเด็ก อายุ 4-7 ปี ขั้นนี้เด็กจะเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รวมตัวดีขึ้น รู้จักแยกประเภทและแยกชิ้นส่วนของ
    3.   ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม (Concrete Operation Stage)  เริ่มจากอายุ 7-11 ปี พัฒนาการทางด้านสติปัญญาและความคิดของเด็กวัยนี้สามารถสร้างกฎเกณฑ์และตั้งเกณฑ์ในการแบ่งสิ่งแวดล้อมออกเป็นหมวดหมู่ได้
    4.   ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage)   เริ่มจากอายุ 11-15 ปี ในขั้นนี้พัฒนาการทางสติปัญญาและความคิดของเด็กวัยนี้เป็นขั้นสุดยอด คือเด็กในวัยนี้จะเริ่มคิดแบบผู้ใหญ่  เด็กจะสามารถที่จะคิดหาเหตุผลนอกเหนือไปจากข้อมูลที่มีอยู่  

      

    ทฤษฎีทางสติปัญญาของบรูเนอร์

    บรุนเนอร์ (Bruner) เป็นนักจิตวิทยาที่สนใจและศึกษาเรื่องของพัฒนาการทางสติปัญญาต่อเนื่องจาก เพียเจต์ บรุนเนอร์เชื่อว่ามนุษย์เลือกที่จะรับรู้สิ่งที่ตนเองสนใจและการเรียนรู้ เกิดจากกระบวนการค้นพบด้วยตัวเอง (discovery learning) แนวคิดที่สำคัญ ๆ ของ บรุนเนอร์ มีดังนี้ 

    ทฤษฎีการเรียนรู้ 

    1.   ขั้นการเรียนรู้จากการกระทำ (Enactive Stage) คือ ขั้นของการเรียนรู้จากการใช้ประสาทสัมผัสรับรู้สิ่งต่าง ๆ การลงมือกระทำช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ดี การเรียนรู้เกิดจากการกระทำ 
    2.   ขั้นการเรียนรู้จากความคิด (Iconic Stage) เป็นขั้นที่เด็กสามารถสร้างมโนภาพในใจได้ และสามารถเรียนรู้จากภาพแทนของจริงได้ 
    3.   ขั้นการเรียนรู้สัญลักษณ์และนามธรรม (Symbolic Stage) เป็นขั้นการเรียนรู้สิ่งที่ซับซ้อนและเป็นนามธรรมได้



    ทฤษฎีทางสติปัญญาของไวก็อตสกี้

         ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองเป็นทฤษฏีที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการและวิธีการของบุคคลในการสร้างความรู้ความเข้าใจจากประสบการณ์ รวมทั้งโครงสร้างทางปัญญาและความเชื่อที่ใช้ในการแปลความหมายเหตุการณ์และสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นกระบวนการการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เพราะความรู้ไม่ใช่มาจากการสอนของครูหรือผู้สอนเพียงอย่างเดียว แต่ความรู้จะเกิดขึ้นและถูกสร้างขึ้นโดยผู้เรียนเองและการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีก็ต่อเมื่อผู้เรียนได้ลงมือกระทำด้วยตนเอง (Learning by doing) นอกจากกระบวนการเรียนรู้จะเป็นกระบวนการปฏิสัมพันธ์ภายในสมองแล้ว ยังเป็นกระบวนการทางสังคมด้วย การสร้างความรู้จึงเป็นกระบวนการทั้งด้านสติปัญญาและสังคมควบคู่กันไป

    การเรียนรู้ คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยไม่มีที่สิ้นสุด
    ประโยชน์ของการเรียนรู้
         เพื่อให้อยู่รอด ช่วยเหลือตนเองได้ทุกๆสถานการณ์

    เด็กปฐมวัยมีการเรียนรู้อย่างไร?
         เด็กปฐมวัยเรียนรู้ผ่านการเล่น การได้ลงมือกระทำกับวัตถุ ได้คิดได้ทำในสิ่งที่สนใจ
    ประโชน์ในการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
          การเล่นจะทำให้เด็กไม่เบื่อ เขาไม่รู้เลยว่าการที่เขาเล่นนั้นแหล่ะ มันคือการเรียนรู้

    วิธีการสอน
    -มีแบบฝึกหัดให้ทำก่อนเรียน
    -การอภิปรายถาม ตอบ
    -ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน

    การประยุกต์ใช้
         นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมอย่างเหมาะสมและรอบด้าน

    บรรยากาศในห้องเรียน
         มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

    ประเมิน
    ตนเอง=ตั้งใจเรียน ตั้งใจฟังอาจารย์สอน มีการจดบันทึกย่อเป็นระยะๆ เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอน
    เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามอาจารย์
    ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัด สั่งงานชัดเจน สอนให้เข้าใจง่ายขึ้น




    วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

    สรุปการวิจัย


    การจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยที่มีผลต่อทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย


    ชื่องานวิจัย- การจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยที่มีผลต่อทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
    ชื่อผู้วิจัย- ศิริลักษณ์ วุฒิสรรพ์
    มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

    จุดมุ่งหมายของงานวิจัย
         1.เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยรวมของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเด็กวิจัย
         2.เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์รายด้านของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเด็กวิจัย

    ความสำคัญของงานวิจัย
         การวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้นำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเด็กวิจัย มาใช้ในการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ผลการวิจัยในครั้งนี้จะเป็นแนวทางให้กับครูและผู้เกี่ยวข้อง นำไปใช้พัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีความพร้อมทางด้านคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัยและพัฒนาทักษะที่เป็นพื้นฐานในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับชั้นที่สูงขึ้นต่อไป และนำไปปรับใช้ เชื่อมโยงกับทักษะอื่นๆต่อไป

    ขอบเขตของการวิจัย
         ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
              ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย-หญิง อายุ 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปีที่2 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนบ้านสามแยก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแแพงเพชร เขต2 
         
         ตัวแปรที่ศึกษา
              1.ตัวแปรจัดกระทำ คือ การจัดการเรียนรู้แบบเด็กวิจัย
              2.ตัวแปรตาม คือ ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

         ระยะเวลาในการทดลอง
              ในการทดลองครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ทดลองโดยใช้ระยะเวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 4 วัน รวมทั้งสิ้น 32 ครั้ง

    นิยามศัพท์เฉพาะ
         เด็กปฐมวัย หมายถึง นักเรียนชาย-หญิง อายุ 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปีที่2 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนบ้านสามแยก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแแพงเพชร เขต2 
         การจัดการเรียนรู้แบบเด็กวิจัย หมายถึง การจัดการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิธีการสอน การเรียน การประเมินและการแนะแนวให้ควบคู่กลมกลืนเป็นกระบวนการเดียวกันในชั้นเรียน โดยให้เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ ด้วยการให้เด็กเรียนรู้ด้วยวิธีการวิจัย ซึ่งผู้เรียนจะได้เรียนรู้ในเรื่องที่ตนเองสนใจ ได้ลงมือศึกษาค้นคว้า แสวงหาความรู้ ความจริงตามความสนใจ
         ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ หมายถึง ความสามารถเบื้องต้นที่เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในระดับสูงขึ้นต่อไป ซึ่งประกอบด้วย การจำแนกประเภท การเปรียบเทียบการรู้ค่าจำนวนและตัวเลข การเพิ่ม-การลด

    สมมติฐานในการวิจัย
         เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยมีพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ในแต่ละทักษะสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง

    วิธีดำเนินการวิจัย
         1.การกำหนดประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง
         2.เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
         3.การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
         4.แบบแผนการทดลองและวิธีดำเนินการทดลอง
         5.การเก็บรวบรวมข้อมูล
         6.การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล

    เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
         1.แผนการจัดการเรียนรู้แบบเด็กวิจัย
         2.แบบประเมินเชิงปฏิบัติทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

    สรุปผลการวิจัย
         1.ค่าเฉลี่ยทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ก่อนและหลังการทดลองแตกต่างกันอย่างชัดเจน และการทดลองครั้งนี้ส่งผลต่อทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยรวมดีมาก
         2.ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์แยกรายด้าน ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้ดี และมีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สูงขึ้น


      

    สรุปบทความ




     "การส่งเสริมทักษะคณิตศาสตร์ให้เด็กจากที่บ้าน ยังเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ด้วย ทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องทั่วไปที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน และนำมาเล่นสนุกกันได้ ไม่ใช่เรื่องวิชาการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งก็จะทำให้เด็กสนใจและรู้สึกอยากเรียนคณิตศาสตร์มากขึ้น"เป็นการประเมินได้ด้วยว่าเด็กๆ ได้ความรู้จากที่โรงเรียนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเนื้อหาเรียนได้จากที่โรงเรียน แต่ที่บ้านคือการนำมาใช้จริง
           
           อย่างไรก็ตาม คณิตศาสตร์มีความเป็นนามธรรม มากกว่าวิชาอื่นๆ เพราะฉะนั้นคุณครู จึงควรมีทักษะที่สามารถดึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ในคณิตศาสตร์ ออกมานำเสนอให้เด็กสนใจได้ ส่วนผู้ปกครองก็ไม่ควรปล่อยให้การเรียนการสอนเป็นหน้าที่ของโรงเรียนเพียงอย่างเดียว และควรปรับเปลี่ยนทัศนคติต้องไม่คิดว่าตนเองเคยเรียนมาอย่างไร ลูกก็ต้องเรียนอย่างนั้นด้วยเหมือนกัน
           
           ผู้ปกครองควรจะติดตามความก้าวหน้า ของหลักสูตรการเรียนการสอนในปัจจุบันด้วย เพื่อที่จะได้เสริมทักษะให้ลูกหลานได้ถูกต้อง ซึ่งเดี๋ยวนี้มีสื่อและเทคโนโลยีการเรียนการสอนที่น่าสนใจให้เลือกมากมาย ทั้งจากหนังสือ คอมพิวเตอร์ หรือของหน่วนงานต่างๆ ผู้ปกครองต้องหมั่นค้นหาเพิ่มเติม และนำมาสอนลูกหลานด้วยตัวเอง ก็จะช่วยเพิ่มทักษะของเด็กได้มากขึ้น.

    วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

    ครั้งที่2

    บันทึกอนุทิน
    วัน พุธ ที่ 14 มกราคม 2558



    เนื้อหา                                                                                                                    

    ความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์
    1.ความหมาย
       คณิตศาสตร์เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวกับตัวเลขและการคำนวนเป็นวิชาที่มีความสำคัญกับชีวิตประจำวันของทุกคนรวมไปถึงอาชีพล้วนมีคณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องในอาชีพ ซึ่งเด็กปฐมวัยจะเรียนคณิตศาสตร์ไม่ใช่แต่ตัวเลข เด็กจะเรียนรู้ด้วยการสังเกต เปรียบเทียบจำนวน สั้น ยาว ,สูง ต่ำ เป็นต้น

    2.ความสำคัญ
        คณิตศาสตร์เป็นวิชาความรู้ที่เกี่ยวกับการคิดและพิสูจน์อย่างมีเหตุผล เป็นภาษาอย่างหนึ่งที่ใช้สัญลักษณ์สื่อความหมายอย่างรัดกุมและถูกต้อง นอกจากนี้ยังสามารถฝึกไหวพริบปฏิภาณต่างๆ มีขั้นตอนการเรียนรู้ตามแบบแผนและยังเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมกระบวนการคิดและแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน

    3.ทักษะพื้นฐาน
        คณิตศาสตร์เป็นกระบวนการคิดและพัฒนาด้านต่างๆ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมตามพัฒนาการของเด็ก เพื่อพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีกรอบมาตราฐานของ สสวท. ดังนี้
    -จำนวนและการดำเนินการ
    -การวัด
    -เรขาคณิต
    -พีชคณิต
    -การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น

    4.ประโยชน์
        -เด็กสามารถรับรู้เกี่ยวกับเรื่องของการจำแนกออกเป็นหมวดหมู่ตามลักษณะของมันได้
        -สามารถนำเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การซื้อขายสินค้า การบอกเวลา เป็นต้น
        -สามารถนำไปจัดเกมการศึกษา เช่น จับคู่รูปร่าง จับคู่จำนวน เป็นต้น
       
    วิธีการสอน

            สอนแบบบรรยาย
            สอนโดยการให้ศึกษาด้วยตนเอง
            สอนโดยให้นำเสนองานหน้าชั้นเรียน

    การประยุกต์ใช้

           นำความรู้ที่ได้ไปจัดกิจกรรมให้กับเด็กเพื่อให้เด็กเข้าใจเกี่ยวกับค่าของตัวเลข ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น เกมการศึกษา เกมจับคู่ เป็นต้น

    บรรยากาศในห้องเรียน

            แสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดวางอย่างเป็นระเบียบในตอนแรก พออาจารย์ให้ทำกิจกรรมจึงนำโต๊ะเก้าอี้มาวางเป็นกลุ่ม ทำกิจกรรมเสร็จก็จัดโต๊ะเก้าอี้เหมือนเดิม อากาศเย็น  

    ประเมิน

           ตนเอง-ตั้งใจเรียน ร่วมทำกิจกรรมและงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ ไม่เข้าใจบางเรื่อง
           เพื่อน-ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน ร่วมตอบคำถาม และนำเสนองานหน้าชั้นเรียน
           ครูผู้สอน-การแต่งกายดี แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี พูดเสียงดังฟังชัด แต่บางครั้งสั่งงาน                             แล้วนักศึกษาไม่ค่อยเข้าใจ



    วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

    ครั้งที่1

    บันทึกอนุทิน
    วัน พุธ ที่ 7 มกราคม 2558


    เนื้อหา
           
         มาตารฐาน คือ เกณฑ์ ซึ่งเกณฑ์ที่ว่านี้ก็จะเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำเพราะสามารถพัฒนาให้สูงขึ้นได้อีก
          
          การจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย มีคำหลักๆอยู่3คำคือ 
               1.การจัดประสบการณ์ คือ การเล่น การจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น ถามตอบ
               2.คณิตศาสตร์ มี การบวก ลบ คูณและหาร,การนับจำนวน,รูปทรง,เส้น,สี
               3เด็กปฐมวัย มี พัฒนาการ และวิธีการเรียนรู้
          ความคาดหวัง
                1.คุณธรรม จริยธรรม
                2.ความรู้ ตัวสาระเนื้อหา
                3.ทักษะทางปัญญา
                4.ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล                                        
                5.ทักษะทางตัวเลข การประมวลสาระสนเทศ
                6.ทักษะของการจัดการเรียนรู้

    วิธีการสอน                                                                                               

            - สอนแบบบรรยาย
            - สอนโดยการอภิปรายถามตอบ
            - สอนโดยใช้โปรแกรมมายแมพ
            
    บรรยากาศในห้องเรียน

            แสงสว่างเพียงพอในการเรียน อากาศเย็น โต๊ะจัดวางอย่างเป็นระเบียบ มีอุปกรณ์การสอนอย่างพร้องเพียง

    ครูผู้สอน

          สนใจนักศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มองไปที่นักศึกษาคนใดคนหนึ่ง เปิดโอกาศให้ตอบและเสริมคำตอบให้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น