Large Rainbow Pointer Large Rainbow Pointer

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่10

  บันทึกอนุทิน
                            ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2558

กิจกรรมต่อไม้รูปทรงต่างๆ

อุปกรณ์

1.ไม้  
2.ดินน้ำมัน

กิจกกรม

1.ให้ต่อไม้กับดินน้ำมันเป็นรูปสามเหลี่ยม


2.ให้ต่อไม้กับดินน้ำมันเป็นรูปสี่เหลี่ยม

3.ให้ต่อไม้กับดินน้ำมันเป็นรูปอะไรก็ได้

 4.ให้ต่อไม้กับดินน้ำมันเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม

5.ให้ต่อไม้กับดินน้ำมันเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม

6.ให้ต่อไม้กับดินน้ำมันเป็นรูปทรงอะไรก็ได้

 
เก็บตก  เลขที่...  นำเสนอ...

นำเสนอบทความ
     เลขที่2 เรื่อง คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

นำเสนอโทรทัศน์ครู
     เลขที่25 เรื่อง สร้างพื้นฐานการเรียนรู้กับกิจกรรม 5ประสาทสัมผัส
     เลขที่26 เรื่อง การสอนคณิตศาสตร์โดยใช้นิทาน






นำเสนอรูปแบบการสอน

นำเสนอรูปแบบการจัดประสบการณ์แบบมอนเตสซอรี่

หลักสูตรการสอนแบบมอนเตสซอรี่
หลักสูตรการสอนแบบมอนเตสซอรี่ ดร.มาเรีย มอนเตสซอรี่ ผู้ริเริ่มคิดและจัดตั้งวิธีการสอนแบบมอนเตสซอรี่ จากความเชื่อในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กในระยะเริ่มต้นว่า จุดมุ่งหมายในการให้การศึกษาในระยะแรกนั้น ไม่ใช่การเอาความรู้ไปบอกให้เด็ก แต่ควรเป็นการปลูกฝังให้เด็กได้เจริญเติบโตไปตามความต้องการตามธรรมชาติของเขา 

ปรัชญาและหลักการสอน
1เด็กจะต้องได้รับการยอมรับนับถือ
2เด็กที่มีจิตซึมซับได้ 
3.ช่วงเวลาหลักของชีวิต 
4. การเตรียมสิ่งแวดล้อม 
5. การศึกษาด้วยตนเอง 

วิธีการจัดการเรียนการสอน
การเตรียม    = ครูเตรียมอุปกรณ์การศึกษาเด็กสามารถเข้าเรียนแบบคละอายุได้
การดำเนินการ = ขั้นนำ เด็กเลือกอุปกรณ์การศึกษาตามความสนใจ ,ขั้นสอน ครูสาธิตให้เด็กดู
ขั้นสรุป ครูให้เด็กเก็บอุปกรณ์ ครูบันทึกความรู้ ครูบันทึกรายการอุปกรณ์





 นำเสนอรูปแบบการจัดประสบการณ์แบบสตอรี่ไลน์ (Story line method)
วิธีสอนแบบสตอรีไลน์ เป็นวิธีที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จะมีการผูกเรื่องแต่ละตอนให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเรียงลำดับเหตุการณ์ หรือที่เรียกว่า กำหนดเส้นทางเดินเรื่อง โดยใช้คำถามหลักเป็นตัวนำ สู่การให้ผู้เรียนทำกิจกรรมอย่างหลากหลาย เพื่อสร้างความรู้ด้วยตนเอง เป็นการเรียนตามสภาพจริง ที่มีการบูรณาการระหว่างวิชา เพื่อเป้าหมายพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนทั้งตัว

ลักษณะเด่นของวิธีสอน
     1.กำหนดเส้นทางการเดินเรื่อง (Storyline) และจัดเรียงเป็นตอนๆ (Episode) ด้วยการใช้คำถามหลัก (Key Questions) เป็นตัวกำหนดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้
     2.เน้นการใช้กิจกรรม (Activity Based Approach) ให้สอดคล้องกับคำถามหลัก และเนื้อหาการผูกเรื่อง
     3.เน้นให้ผู้เรียนสร้าง (Construct) ความรู้ด้วยตนเอง
     4.เป็นการเรียนตามสภาพจริง (Authentic Learning) มีการบูรณาการระหว่างวิชา (Integration)
     5.มีเหตุการณ์ (Incidents) เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนได้แก้ไขปัญหาและเรียนรู้
     6.แต่ละเรื่อง หรือแต่ละเหตุการณ์ที่กำหนด ต้องมีการระบุสิ่งต่อไปนี้ หรือมีองค์ประกอบต่อไปนี้
1) กำหนดฉาก โดยระบุสถานที่และเวลาโดยเฉพาะ
2) ตัวละคร อาจเป็นคนหรือเป็นสัตว์
3) วิถีการดำเนินชีวิตเพื่อใช้ศึกษา
4) ปัญหาที่รอการแก้ไข







 นำเสนอรูปแบบการจัดประสบการณ์แบบสมองเป็นฐาน BBL

วิธีการเตรียมความพร้อมทางสมอง
             1. การดื่มน้ำ ควรดื่มน้ำบริสุทธิ์ วันละ 6 – 8 แก้ว เพราะถ้าร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอจะทำให้เซลล์สมองทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
              2. การรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งถูกต้องตามหลักโภชนาการ เพราะอาหารจะทำให้เซลล์ประสาท / เซลล์สมองเจริญเติบโต ส่งผลให้ความจำดีและเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ
                3. การหายใจ ควรฝึกหายใจให้ลึก ๆ ซ้ำ ๆ และมีจังหวะที่แน่นอน เพราะสมองต้องการออกซิเจน และออกซิเจนช่วยให้กระบวนการคิดดี ซึ่งถ้ามีการหายใจที่ถูกต้องจะช่วยให้เกิดสมาธิ สมองปลอดโปร่ง ลดสภาพการหลง ๆ ลืม ๆ และสามารถป้องกันโรคสมองเสื่อมได้
                4. การฟังเพลง / ดนตรี ควรหาโอกาสฟังเพลง / ดนตรี จะกระตุ้นให้เกิดการรับรู้และกระตุ้นการทำงานของสมองทั้งสองซีกให้สอดคล้องกันทั้งระบบ 
               5. การคลายความเครียด ความเครียดเป็นอุปสรรค์ต่อการเรียนรู้ ดังนั้น ควรหาเวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย จัดลำดับความสำคัญของงาน การหัวเราะ / ยิ้ม ทำให้จิตใจเบิกบาน ไม่เครียดและไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนไร้ค่า
                6. การบริหารสมอง การบริหารสมองเป็นระบบการเคลื่อนไหวร่างกาย ที่จะเร้าให้ สมองทำงานอย่างดี เป็นการเชื่อมโยงระหว่างการเคลื่อนไหวร่างกายกับการทำงานของสมอง 




 นำเสนอรูปแบบการจัดประสบการณ์แบบSTEM
   STEM ย่อมาจาก Science, Technology, Engineering and Mathematics เป็นแนวทางการเรียนการสอนที่มีลักษณะของการบูรณาการการเรียนการสอนทั้งสี่สาขาเข้าด้วยกัน คือ วิทยาศาสตร์ (Science), เทคโนโลยี (Technology),วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) เพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้ทุกแขนงมาใช้ในการแก้ปัญหา และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในชีวิตประจำวัน โดยอาศัยการจัดการเรียนรู้ด้วยครูหลายสาขาร่วมมือกัน
              - Science เป็นวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติ โดยอาศัยกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry)
                   -Technology เป็นวิชาที่ว่าด้วยกระบวนการทำงานที่มีการประยุกต์ศาสตร์สาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มาใช้ในการแก้ปัญหา ปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการ หรือความจำเป็นของมนุษย์
                   -Engineering เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อมาอำนวยความสะดวกของมนุษย์ โดยอาศัยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และกระบวนการทางเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้สร้างสรรค์ชิ้นงานนั้นๆ
                   -Mathematics เป็นวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณ หรือ วิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณ เป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาและต่อยอดทางวิศวกรรมศาสตร์ 
-นำเสนอการแต่งนิทานคณิตศาสตร์ คำคล้องจอง ปริศนาคำทาย จากสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย




วิธีการสอน
   -มีกิจกรรมตัวอย่างให้ทำก่อนเรียน
   -ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน
   -มีกิจกรรมทรอดแทรกให้น่าสนใจ

การประยุกต์ใช้
     นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมโดยใช้เทคนิคในการจัดประสบการณ์ต่างๆ ให้น่าสนใจ และเด็กๆก็จะสนุกไปกับการเรียนมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศในห้องเรียน
     มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

ประเมิน
ตนเอง=ตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอน เข้าเนื้อหาที่อาจารย์สอน เพราะอาจารย์ยกตัวอย่าง ทำให้เข้าใจมาก             ขึ้นอีก ร่วมทำกิจกรรมที่อาจารย์สอดแทรกในการเรียนการสอน 
เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม 
ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน จังหวะการพูดดี น่าฟัง ร้องเพลงเพราะ มีวิธีการสอนที่                  สอดแทรกกิจกกรมที่ทำให้สนุกกับการเรียน




วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่9

บันทึกอนุทิน
ประจำวันที่ 18 มีนาคม 2558

เนื้อหา
       
           - นำเสนอวิจัย

                   เลขที่ 22

           - นำเสนอบทความ
                   เลขที่ 1 นำเสนอบทความเรื่อง " เทคนิคการสอนเลขอนุบาล"
                   เลขที่ 3 นำเสนอบทความเรื่อง " เสริมการเรียนเลขให้วัยอนุบาล "
         
          - นำเสนอกิจกรรมที่ส่งเสริมคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
                   เลขที่ 3 กิจกรรม กระดุมหลากสี
                   เลขที่ 25 กิจกรรม รูปทรงหรรษา
                   เลขที่ 26 กิจกรรม อนุรักษ์เชิงปริมาณ

 หมายเหตุ อาจารย์มอบหมายงานให้ทำ คือ  ให้แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน แต่งนิทานคณิตศาสตร์ คำคล้องจอง ปริศนาคำทาย จากสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวับ

วิธีการสอน
      - ให้นำเสนอบทความ วิจัย และสื่อ
      - เสริมความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอ
      - การประยุกต์กิจกรรมให้เข้ากับหน่วยที่สอน
     

การประยุกต์ใช้
     นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการจัดกิจกรรมให้กับเด็กปฐมวัย ให้สอดคล้องกับทักษะต่างๆ
ในสาระคณิตศาสตร์

บรรยากาศในห้องเรียน
     มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

ประเมิน
ตนเอง=ตั้งใจฟังเพื่อนนำเสนอและฟังอาจารย์เสริมที่เพื่อนพูด 
เพื่อน=ตั้งใจเรียน และฟังเพื่อนนำเสนองาน
ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน จังหวะการพูดดี น่าฟัง มีการเสริมความรู้ต่างๆที่เป็น                      ความรู้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่8

บันทึกอนุทิน

ประจำวันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2558

เนื้อหา

กิจกรรมก่อนเรียน
     ให้นักเรียนนำชื่อไปติดตามกลุ่ม มี4กลุ่มดังนี้ ส้ม แอปเปิ้ล กล้วย และมะม่วง มีจำนวนสมาชิกทั้งหมด 16 คน ซึ่งกิจกรรมนี้จะเชื่อมโยงไปสู่สาระมาตรฐาน และการเรียนรู้คณิตศาตร์คือ
สาระที่1 จำนวนและการดำเนินการ

  • นับบอกจำนวนสิ่งต่างๆ
  • จำนวนนับ1 2 3 4 5
  • เลขโดดฮินดูอารบิกจำนวน 0-9
  • เลขโดดไทย ๐-๙
  • เลขโดดอ่านว่า หนึ่ง ถึง สิบ ตามลำดับ
  • เปรียบเทียบได้ มากกว่า น้อยกว่า เท่ากับ
  • เรียงลำดับจากน้อยไปหามาก และ มากไปหาน้อย
  • บอกอันดับสิ่งของต่างๆ กำหนดสิ่งเริ่มต้อนก่อน แล้วจัดอันดับ
  • ที่1  ที่2  ที่3... เป็นการบอกอันดับที่
  • การรวมตัวเป็นการนับจำนวนต่างๆ2กลุ่ม ได้ผลรวมมากขึ้น
  • แยกจำนวนต่างๆออกจากกลุ่มใหญ่

นำเสนอบทความ

       เลขที่ 21 เรื่อง การสอนคณิตศาสตร์จากชีวิตรอบตัว ซึ่งเป็นการสอนที่พ่อ แม่ ผู้ปกครอง มีส่วนร่วมด้วย เพื่อเป็นการทบทวน ย้ำ ในสิ่งที่เป็นรูปธรรม

นำเสนอรูปแบบการจัดประสบการณ์






      การจัดประสบการณ์แบบโครงการ (Project  Approach) คือ การเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นวิธีที่เด็กจะเรียนรู้ว่าจะสามารถหาคำตอบหรือข้อมูล ของสิ่งต่างๆรอบตัวได้อย่างไร และแหล่งข้อมูลหรือแหล่งเรียนรู้มีที่ใดบ้าง เด็กจะได้รับประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้ และแบ่งความรู้ของตนให้กับผู้อื่นด้วยวิธีที่หลากหลาย

             วิธีจัดการเรียนการสอนมี 3 ระยะ
  1. ระยะวางแผนและเริ่มต้นโครงการ
  2. ระยะพัฒนาโครงการ
  3. ระยะสรุปและอภิปรายผลโครงการ
             กระบวนการของการจัดประสบการณ์แบบโครงการ

  1. การอภิปรายกลุ่ม
  2. การทำงานภาคสนาม
  3. การนำเสนอประสบการณ์เดิม
  4. การสืบค้น
  5. การจัดแสดง
ประโยชน์ของการสอนแบบโครงการ
  • เด็กจะเห็นคุณค่าของตนเอง
  • เด็กสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง
  • ให้เด็กมีวิธีการทำงานอย่างมีแบบแผน
  • สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง
  • สร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนและครอบครัว



เพลง บวก- ลบ

บ้านฉันมีแก้วน้ำสี่ใบ   ครูให้อีกสามใบนะเธอ
มารวมกันนับดีดีซิเออ  ดูซิเธอรวมกันได้เจ็ดใบ
บ้านฉันมีแก้วน้ำเจ็ดใบ  หายไปสามใบนะเธอ
ฉันหาแก้วแล้วไม่เจอ  ดูซิเออเหลือเพียงแค่สี่ใบ




แปลงเพลง
บ้านฉันมีถ้วยชามห้าใบ ลุงให้อีกสามใบนะเธอ
มารวมกันนับดีดีซิเออ  ดูซิเธอรวมกันได้แปดใบ
บ้านฉันมีถ้วยชามแปดใบ  หายไปสามใบนะเธอ
ฉันหาถ้วยแล้วไม่เจอ  ดูซิเออเหลือเพียงแค่สองใบ





วิธีการสอน
      - มีกิจกรรมก่อนเข้าสู่บทเรียน
      - บอกให้ทราบถึงเนื้อหาที่จะเรียน
      - มีการทบทวนความรู้เดิม โดยการแสดงความคิดเห็น
      - เปิดโอกาสให้ ถาม-ตอบ
      - ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน 

การประยุกต์ใช้
     นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เราจะได้เลือกรูปแบบการสอนที่หลากหลายไปใช้สอนให้เข้ากับการเรียน สอนได้อย่างสนุก ไม่น่าเบื่อ

บรรยากาศในห้องเรียน
     มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

ประเมิน
ตนเอง=ตั้งใจเรียนและทำกิจกรรม 
เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม 
ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน จังหวะการพูดดี น่าฟัง ร้องเพลงเพราะ มีวิธีการสอนที่                  สอดแทรกกิจกกรมที่ทำให้สนุกกับการเรียน

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ครั้งที่7

บันทึกอนุทิน

ประจำวันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558

เนื้อหา

- กิจกรรมการเขียนชื่อนบนกระดาน เรื่อง เวลาการมาเรียน (รูปนาฬิกา) ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
          ความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรมนี้ คือ
  1. ภาษา
  2. การเรียงลำดับ ก่อน-หลัง
  3. 
เรียนรู้เรื่องเวลา

- ทบทวนเพลง

- นำเสนอโทรทัศน์ครู        
         เลขที่ 17 นำเสนอ เรื่อง " การสอนโดยใช้ลูกเต๋าเป็นสื่อ ( ของ อ.นิตยา)

- รูปแบบการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
       
 1. รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบบูรณาการ"
        2. รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบโครงการ"
        3. รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบสมองเป็นฐาน"
        4. รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบ STEM"
        5. รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบมอนเตสเซอรี่"
        6. รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบเดินเรื่อง"


- รูปแบบการจัดประสบการณ์ " แบบบูรณาการ" ( Integrated Learning Management)
        
หมายถึง การนำศาสตร์ต่างๆ มารวมกัน เชื่อมโยงเนื้อหาสาระของศาสตร์ต่างๆที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และนำทักษะไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง

- ความสำคัญ
        1.สามารถนำความรู้ ทักษะหลายๆศาสตร์มาแก้ปัญหาได้กับชีวิตจริง 
        2.เกิดความคิดแบบรวบยอดของศาสตร์ต่างๆ ทำให้เกิดการถ่ายโอนประสบการณ์ 
        3. ลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหาในรายวิชาต่างๆ ลดเวลา
        4. การจัดประสบการณ์แบบบูรณาการจะตอบสนองต่อความสามารถหลายๆด้านของผู้เรียน ช่วยสร้างความรู้ ทักษะ เจตคติ " แบบพหุปัญหา" ( Multiple intelligence)
        5. การจัดประสบการณ์แบบบูรณาการจะสอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างความรู้โดยผู้เรียน ที่กำลังแพร่หลายในปัจจุบัน (เด็กสร้างความรู้ด้วยตนเอง)
        6.สอดคล้องกับทฤษฏีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง Constructivism

- การนำไปใช้
          ต้องคำนึงถึง

                  เด็ก  ต้อง  การ  อยาก  รู้อะไร
                  เด็ก  ต้อง  การ  อยาก  ทำอะไร

วิธีการสอน
      - บอกให้ทราบถึงเนื้อหาที่จะเรียน
      - มีการทบทวนความรู้เดิม โดยการแสดงความคิดเห็น
      - เปิดโอกาสให้ ถาม-ตอบ
      - ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน 

การประยุกต์ใช้
     นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมแบบบูรณากาาร ให้สอดคล้องกับเนื้อหาสาระ อย่างรอบด้าน

บรรยากาศในห้องเรียน
     มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

ประเมิน
ตนเอง=ตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอน เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอน เพราะอาจารย์ยกตัวอย่าง ทำให้เข้าใจ                 มากขึ้นอีก ร่วมทำกิจกรรมที่อาจารย์สอดแทรกในการเรียนการสอน 
เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม 
ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน จังหวะการพูดดี น่าฟัง ร้องเพลงเพราะ มีวิธีการสอนที่                  สอดแทรกกิจกกรมที่ทำให้สนุกกับการเรียน

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ครั้ังที่6

บันทึกอนุทิน
ประจำวันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558

เนื้อหา

- กิจกรรมติดป้ายชื่อบนหน้ากระดาน เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่นักศึกษาจำนวน 16 คน อยากไป คือ
1. ดรีมเวิลด์ = 5 คน
2. ทะเล = 5 คน
3. เกาหลี = 6 คน

** สรุป ** นักศึกษากลุ่ม 101 อยากไปเที่ยวที่เกาหลีมากที่สุด หรือ นักศึกษาอยากไปเกาหลีมากกว่าดรีมเวิลดฺและทะเล ซึ่งมีจำนวนเท่ากัน

 
       จากกิจกรรมดังกล่าว จะเกี่ยวกับเรื่องการนับ ( การเพิ่มขึ้นทีละ 1) และค่าจำนวน เป็นการสอนภาษาธรรมชาติ



นำเสนอบทความ


      - เลขที่ 13 การสร้างหนังสือภาพเพื่อเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยการสร้างหนังสือภาพ 
      - เลขที่ 14 การพัฒนาความพร้อมทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยการการละเล่นพื้นบ้าน
        
  เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์
        
         - นิทาน
         - เพลง
         - เกม
         - คำคล้องจอง
         - ปริศนาคำทาย
         - บทบาทสมมติ
         - แผนภูมิรูปภาพ
         - การประกอบอาหาร
         - กิจวัตรประจำวัน เช่น การไปตลาด

- แบ่งกลุ่มทำกิจกรรม          แบ่งกลุ่มตัดกระดาษให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม จำนวน 3 สี คือ สีส้ม สีเหลือง สีเขียว  สีละ 10 อัน  รวมเป็น 30 อัน โดยให้นักศึกษาต่อเป็นรูปภาพโดยเริ่มจากสี่เหลี่ยม 1 รูป ไปจนถึงสี่เหลี่ยม 5 รูป









เพลง นับนิ้วมือ


                                              นี้คือนิ้วมือของฉัน      มือของฉันนั้นมี 10 นิ้ว
                                          มือซ้ายฉันมี 5 นิ้ว          มือขวาก็มี 5 นิ้ว
                                          นับ 1 2  4  5                 นับต่อมา 6 7 8 9 10
                                          นับนิ้วนับจงอย่ารีบ         นับ 1-10 จำให้ขึ้นใจ


คำคล้องจอง 1 2 3

                                          1 2 3 เป็นยามปลอด       4 5 6 ลอดรั้วออกไป
                                   7 8 9 เเดดเเจ่มใส่                10 11 ไวไววิ่งไล่กัน
                                  12 13 รีบย่องกลับ                 14 15 หลับเเล้วฝัน




วิธีการสอน
   -มีแบบฝึกหัดให้ทำก่อนเรียน
   -การอภิปรายถาม ตอบ
   -ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน
   -มีกิจกรรมทรอดแทรกให้น่าสนใจ

การประยุกต์ใช้
     นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมโดยใช้เทคนิคในการจัดประสบการณ์ต่างๆ ให้น่าสนใจ และเด็กๆก็จะสนุกไปกับการเรียนมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศในห้องเรียน
     มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

ประเมิน
ตนเอง=ตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอน เข้าเนื้อหาที่อาจารย์สอน เพราะอาจารย์ยกตัวอย่าง ทำให้เข้าใจมาก             ขึ้นอีก ร่วมทำกิจกรรมที่อาจารย์สอดแทรกในการเรียนการสอน 
เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม 
ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน จังหวะการพูดดี น่าฟัง ร้องเพลงเพราะ มีวิธีการสอนที่                  สอดแทรกกิจกกรมที่ทำให้สนุกกับการเรียน

วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 5


บันทึกอนุทิน
ประจำวันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558



เนื้อหา

1. มาตรฐานคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร
2. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์มีอะไรบ้าง
3. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สู่การปฏิบัติในชั้นเรียนทำได้อย่างไรบ้าง

- นำเสนอบทความ
เลขที่ 10 เรื่อง Mathematics ของวัยซน

มาตรฐาน คือ
         เครื่องมือในการบอกคุณภาพ โดยมีเกณฑ์เกณฑ์ขั้นต่ำเป็นตัวกำหนดในวัดและประเมินผล
กรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย
         เด็กปฐมวัยเรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์ ให้เด็กได้เตรียมความพร้อมด้านต่างๆทางคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในชั้นประถมศึกษา

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 : จำนวนและการดำเนิน (จำนวนโดยการหาคำตอบ)
สาระที่ 2 : การวัด (หาค่าในเชิงปริมาณ, เครื่องมือที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ)
สาระที่ 3 : เรขาคณิต (รูปร่าง)
สาระที่ 4 : พีชคณิต ( ความสัมพันธ์ของจำนวน)
สาระที่่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
สาระที่ 6 : ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

คุณภาพของเด็กเมื่อจบการศึกษาปฐมวัยทางคณิตศาสตร์
1. มีความคิดเชิงคณิตศาสตร์ ( Mathematical Thinking)
- จำนวนนับ 1 ถึง 20
- เข้าใจหลักการนับ (เพิ่มขึ้นทีละเท่าๆกัน)
- รู้จักตัวเลขฮินดูอารบิกและตัวเลขไทย ( รู้จักตัวเลข)
- รู้ค่าของจำนวน ( ต้องมีทักษะการนับเป็นอันดับแรก ถึงจะรู้ค่าของจำนวนได้)
- เปรียบเทียบ เรียงลำดับ ( บอกค่าและจำนวน และนำมาเปรียบเทียบ โดยอ้างอิงจากเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ
- การรวมและการแยกกลุุ่ม เช่น ติดป้ายชื่อการมาเรียน กับการมาเรียน)

2. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน และ เวลา
- เปรียบเทียบ เรียงลำดับ และวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร
- รู้จักเงินเหรียญและธนบัตร
- เข้าใจเกี่ยวกับเวลาและคำชี้ใช้บอกช่วงเวลา (กิจกรรมที่ใช้ในการบอกเด็ก เช่น การเข้าแถว )

3. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานทางเรขาคณิต
- ตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง
- รูปเรขาคณิตสามมิติและรูปเรคณิตสองมิติ

4. มีความรู้ความเข้าใจรูปของที่มีรูปร่าง ขนาด สี ที่สัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

5. มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบแผนภูมิอย่างง่าย

6. มีทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สู่การปฏิบัติในชั้นเรียน
สาระที่ 1 : จำนวนและการดำเนินการ
   มาตรฐาน ค.ป. 1.1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง
จำนวน
- การใช้จำนวนบอกปริมาณที่ได้จากการนับ
- การอ่านตัวเลขฮินดูอารบิกและตัวเลขไทย
- การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิกแสดงจำนวน
- การเปรียบเทียบจำนวน
- การเรียงลำดับจำนวน
การรวมและการแยกกลุ่ม
- ความหมายของการรวม ( ทำให้เพิ่มขึ้น )
- การรวมสิ่งต่างๆสองกลุ่มที่มีผลรวมไม่เกิน 10
- ความหมายของการแยก ( ทำให้ลดลง )
- การแยกกลุ่มย่อยออกจากกลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนไม่เกิน 10

สาระที่ 2 : การวัด 
  มาตรฐาน ค.ป. 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัดความยาว น้ำหนัก ปริมตร เงิน และเวลา
ความยาว น้ำหนัก และปริมาตร
- เปรียบเทียบ / วัด / เรียงลำดับความยาว
- เปรียบเทียบ / ชั่ง / การเรียงลำดับน้ำหนัก
- เปรียบเทียบ / ปริมาตร / ตวง
เงิน
- ชนิดค่าของเงิน / เหรียญ / ตวง
เวลา
- ช่วงเวลาในแต่ละวัน
- ชื่อวันในสัปดาห์และคำที่ใช้บอกเกี่ยวกับวัน

สาระ 3 : เรขาคณิต
   
มาตรฐาน ค.ป. 3.1 รู้จักใช้คำในการบอกตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทาง
   มาตรฐาน ค.ป. 3.2 รู้จักจำแนกรูปเรขาคณิต และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงรูปเรขาคณิตที่เกิดจากการจัดกระทำ
ตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง  รูปเรขาคณิตสามมิติ และ รูปเรขาคณิตสองมิติ
- ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก กรวย ทรงระบอก
- รูปวงกลม รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม
- การเปลี่ยนแปลงรูปเราขาคณิตสองมิติ
- การสร้างสรรค์งานศิลปะ รูปเรขาคณิตสามมิติและสองมิติ

สาระที่ 4 : พีชคณิต
  มาตรฐาน ค.ป. 4.1 เข้าใจแบบรูปและความสัมพันธ์ แบบรูปและความสัมพันธ์
  - แบบรูปของรูปที่มี รูป ขนาด หรือ สี ที่สัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่ง

สาระที่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
  มาตรฐาน ค.ป. 5.1 รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเองและสิ่งแวดล้อมที่จะนำเสนอการเก็บข้อมูล
  - แผนภูมิ

สาระที่ 6 : ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
- การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอ
- การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาตร์กับศาสตร์อื่นๆ


เพลง  จัดแถว

สองมือเราชูตรง 
แล้วเอาลงมาเสมอกับบ่า
ต่อไปย้ายมาข้างหน้า
แล้วเอาลงมาอยู่ในท่ายืนตร



เพลง  ซ้าย-ขวา
ยืนให้ตัวตรง
ก้มหัวลงตบมือแผละ
แขนซ้ายอยู่ไหน
หันตัวไปทางนั้นแหละ



วิธีการสอน
   -มีแบบฝึกหัดให้ทำก่อนเรียน
   -การอภิปรายถาม ตอบ
   -ใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการสอน

การประยุกต์ใช้
     นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการอย่างตรงจุดและรอบด้านให้สอดคล้องกับสาระมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

บรรยากาศในห้องเรียน
     มีแสงสว่างเพียงพอ โต๊ะเก้าอี้จัดว่างอย่างเป็นระเบียบ พื้นสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนครบ อากาศค่อนข้างเย็น

ประเมิน
ตนเอง=ตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอน ร่วมทำกิจกรรมที่อาจารย์สอดแทรกในการเรียนการสอน เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอน
เพื่อน=ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ช่วยกันตอบคำถาม
ครูผู้สอน=แต่งกายสุภาพ พูดเสียงดังฟังชัดเจน จังหวะการพูดดี น่าฟัง ร้องเพลงเพราะ มีวิธีการสอนที่สอดแทรกกิจกกรมที่ทำให้สนุกกับการเรียน